http://www.zhenguhealthland.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  บทความ ข่าวสาร  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ  คลิปวีดีโอ  ติดต่อเรา
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 04/04/2008
ปรับปรุง 30/06/2021
สถิติผู้เข้าชม303,657
Page Views356,563
สินค้าทั้งหมด 1
Menu
หน้าแรก
บทความ
ข่าวสาร
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ
คลิปวีดีโอ
ติดต่อเรา
บทความพิเศษจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสฯ ที่ 24 มิ.ย. 2564,วันจันทร์ ที่ 28 มิ.ย 2564
ถ้วยดูดสุญญากาศ
การนวดฝ่าเท้า
สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นจากแพทย์ทางเลือกสามประสาน ประสบการณ์ผู้ป่วย
บำบัดอาการโรคมะเร็ง
บำบัดอาการโรคหัวใจ
บำบัดอาการโรค SLE
บำบัดอาการโรคความดันโลหิตสูง
บำบัดอาการโรคข้อต่อต่างๆ
ผลงานของอาจารย์สุทัศน์
เสนอนำแพทย์ทางเลือกสามประสาน เสริมช่วยปฎิรูปสาธารณสุข
 

ทำไมทั่วโลกไวรัสโควิท19 ยังแพร่เชื้อกระจายไม่หยุดนิ่ง

อ.สุทัศน์ กุลสันติพงศ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนทางเลือก www.zhenguhealthland.com

บทความพิเศษจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสฯ ที่ 24 มิ.ย. 2564

ทำไมทั่วโลกไวรัสโควิท-19 ยังแพร่เชื้อกระจายไม่หยุดนิ่ง

เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2019 ไวรัสโควิด-19 ระบาดแพร่เชื้อไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน 1 ปีครึ่ง  ถึงแม้ตลอดเวลา 1 ปีกว่าที่ผ่านมา  รัฐบาลนาๆประเทศมีความตั้งใจหาทุกมาตราการในการควบคุมสกัดการแพร่เชื้อของโรคไวรัสโควิด-19  ประกาศภาวะฉุกเฉิน   รณรงค์หรือประกาศเป็นกฎหมายบังคับให้พลเมืองสวมใส่หน้ากาก เว้นระยะห่างทางสังคมหมั่นล้างมือ  ปิดเมืองปิดประเทศ 

เริ่มตั้งแต่ปีนี้ (2564)  รัฐบาลทุกประเทศทยอยฉีดวัคซีนให้กับพลเมือง  ถึงวันที่22 มิถุนายน 2564 ฉีดวัคซีนไปแล้ว 2 พันกว่าล้านโดสใน 201 ประเทศเขตปกครอง

  ผู้เชี่ยวชาญการแพทย์กล่าวว่า  การฉีดวัคซีนเพียงแต่ช่วยเสริมให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานและข้อพิสูจน์ใดๆ แสดงว่าการฉีดวัคซีนจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเป็นโรคโควิด- 19 

น่าจะเหตุผลดังกล่าวรวมทั้งปัจจุบันสุขภาพร่างกายมนุษย์ ยังถูกปัจจัยลบต่างๆทั้งภายนอกและภายในกระทบกระเทือนบั่นทอนอยู่ตลอดเวลา  จึงเป็นสาเหตุที่ไวรัสโควิท-19 ยังแพร่เชื้อต่อเนื่องไม่หยุด จนถึงปัจจุบัน  วันที่ 21 มิถุนายน 2564  ทั่วโลกมีผู้ป่วย 172 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตสะสมประมาณ 3.8 ล้านคน

            อาการของโรคโควิท-19 มีส่วนคล้ายคลึงกับอาการไข้หวัดใหญ่ทั่วไป  เช่น ตัวร้อน  ร่างกายอ่อนล้า  ขับเสมหะไม่ออก  ทานข้าวไม่ดี  ปวดเมื่อยลำตัว ฯลฯ  แต่จะมีอาการร้ายแรงกว่า  ทันทีทันใดที่เชื้อแพร่เข้าสู่ร่างกายมนุษย์  ก็จะสามารถขยายพันธ์  และเกาะติดเป็นก้อนเหลวที่เหนียวมาก จะทำให้ระบบทางเดินหายใจขัดข้อง  ติดขัดรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิต  ไวรัสโควิท-19 แพร่เชื้อได้เร็วกว่า   ผู้ที่ติดเชื้อแต่ยังไม่สะท้อนอาการ  ก็สามารถแพร่เชื้อกระจายให้ผู้อื่น

            ผู้ที่ติดเชื้อเป็นโควิท-19 ส่วนมากจะเป็นบุคคลที่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอภูมิคุ้มกันต่ำ   ผู้สูงวัยที่ร่างกายมีโรคประจำตัวสะสมอยู่  โดยเฉพาะผู้ที่ร่างกายมีอาการโรคประจำตัวหลายสิ่งสะสมง่ายที่จะถูกโรคโควิท-19 แทรกซึมทำร้าย

แล้วสาเหตุเพราะอะไร  ไวรัสโควิท 19 ยังแพร่เชื้ออยู่ทั่วโลกไม่หยุด

            ปัจจัยภายนอก  ที่ส่งผลทำให้ภูมิคุ้มกันของประชากรโลกตกต่ำ และง่ายถูกโควิท-19 ทำร้ายจนล้มป่วยไม่สบาย  มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพรวมธรรมชาติทั่วโลกสูญเสียความสมดุล สิ่งแวดล้อมมลภาวะเป็นพิษรุนแรง  ระบบนิเวศถูกทำลายสิ่งมีชีวิตสัตว์ป่าถูกฆ่าตายเป็นเบื่อหรือกระทั่งสูญพันธ์  ภาพรวมธรรมชาติโลกสูญเสียความสมดุล   ป่าไม้ถูกโค่นล้มทำลายมากมาย  ระบบนิเวศถูกทำลาย  สิ่งมีชีวิตสัตว์ป่าสูญพันธ์มากมาย  สิ่งแวดล้อมมลภาวะเป็นพิษรุนแรง  ชั้นอากาศออกซิเจนลดน้อยลง    มนุษย์ขาดปัจจัยออกซิเจนเพียงพอในการบริโภคหล่อเลี้ยงชีวิต   และเสริมสร้างพลังลมปราณพลังชี่ เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง  

ทำให้ผู้คนส่วนมากภูมิคุ้มกันตกต่ำ  เป็นปัจจัยหลักทำให้โลกสูญเสียพลัง  ในการถ่วงดุลควบคุมสกัดการขยายพันธ์ของเชื้อโรคไวรัสต่างๆ  รวมทั้งโควิท-19 ให้อยู่ในปริมาณที่สมส่วน  แต่กลับเสริมปัจจัยลบไปกระตุ้นให้เชื้อโรคไวรัสต่างๆ  ดังกล่าวขยายพันธ์กลายพันธ์เป็นเชื้อไวรัสที่รุนแรง  ทำร้ายร่างกายมนุษย์          

            ปัจจัยลบภายใน ประชากรของเกือบทุกประเทศ  ดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงกันคือดำเนินชีวิตสวนทางหันหลังให้กับธรรมชาติ  การเคลื่นไหวของร่างกายมนุษย์ลดน้อยลงไปอย่างมาก ส่งผลทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงอ่อนกำลังไม่สม่ำเสมอ และส่งผลทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายตกต่ำ ไร้ประสิทธิภาพ  โดนเฉพาะกลไกของระบบย่อยขับถ่าย   กลไกของระบบกลั่นกรอง   กลไกของระบบดุลยภาพตกต่ำ  ร่างกายมนุษย์ก็จะไม่สามารถขับของเสียสารพิษออกจากร่างกาย จึงทยอยตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย

ขณะที่อาหารการกิน ส่วนมากจะเจือปนไปด้วยสารเคมีหรือกระทั่งเป็นสารพิษจากยาฆ่าเชื้อ  ยาฆ่าแมลง สารกันบูด วัตถุแปลกปลอมดังกล่าวเหล่านี้  เมื่อถูกนำเข้าไปในร่างกายมนุษย์แล้วไม่สามารถถูกขับออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ  ก็จะทยอยตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย  ไปผสมผสานเกาะรวมกับของเสียสารพิษเดิม  บางส่วนจะไหลไปตามเส้นเลือด  ไปสะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดของปอด  หัวใจ  และข้อต่อต่างๆ  นานวันก็จะแปรผันก่อเกิดเป็นอาการโรคหลอดเลือดตามมา 

ปัจจัยลบภายนอกและภายใน  ที่คอยกระทบกระเทือนบั่นทอนสุขภาพร่างกายของมนุษย์ในสมัยสังคมปัจจุบันอยู่เกือบตลอดเวลา ส่งผลทำให้ผู้คนส่วนมากสุขภาพร่างกายนับวันจะทรุดโทรมอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันตกต่ำ ง่ายต่อการเกิดเป็นโรคต่างๆ ตามมา  เป็นสัญญาณเตือนภัยบ่งบอกถึงอันตราย  ของการหายนะหรือกระทั่งมรณะของชีวิตมนุษย์ที่จะเกิดขึ้น เมื่อตกอยู่ในสภาพการณ์เช่นนี้ คนส่วนมากในสังคมยังไม่สะกิดใจ ไม่ตื่นตัวสนใจ หรือกระทั่งมองข้ามเกี่ยวกับภัยอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพและชีวิตของตน  ยังมีกลุ่มบุคคลต่างๆ ที่ยังดำเนินชีวิตประมาทเหมือนเดิม เช่น

  • กลุ่มบุคคลที่ปกติ   ไม่ค่อยมีการเคลื่นไหวร่างกาย  ไม่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ยังดื่มเหล้าดื่มเบียรปริมาณมาก  สูบบุหรี่เหมือนเดิม  นิยมทานอาหารที่ปรุงแต่งเกินควร อาหารรสจัด เค็ม  เผ็ดจัด  ไขมันโปรตีนสูง  อาหารที่ย่อยยากและนิยมดื่มควบคู่กับเครื่องดื่มที่เจือปนด้วยสารคาเฟอีน  ชึ่งมีผลต่อการบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานของไต  พฤติกรรมของการใช้ชีวิตและบริโภคอาหารเช่นนี้  นอกจะเพิ่มภาระการทำงานหนักของกระเพาะอาหารลำใส้    ยังเสี่ยงที่จะก่อเกิดเป็นอาการพร่อง ไม่สบายของโรคไตและปอดตามมา
  • หนุ่มสาวที่มีภาระรับผิดชอบมาก ทั้งจากครอบครัวและงานการที่ต้องรับผิดชอบ  ทำให้ต้องทำงานหนัก  บ่อยครั้งต้องทำงานเกินเวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ  ไม่สามารถจัดสรรเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ (หรือไม่นิยมออกกำลังกาย ) นิยมใช้เครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีน เช่น  กาแฟ  ชา  มากระตุ้นอารมณ์ในการทำงาน  บ่อยครั้งนานวันจะบั่นทอนถึงประสิทธิภาพการทำงานของไต  ภูมิคุ้มกันตกต่ำ  และง่ายก่อเกิดเป็นอาการเจ็บป่วยไม่สบายตามมา   และเมื่อเจ็บป่วยไม่สบาย นิยมใช้ยามาขจัดแก้ไขอาการที่มีอยู่   ผลข้างเคียงของยาที่รับประทานบ่อยจะทำให้ภุมิคุ้มกันยิ่งตำต่ำ
  • กลุ่มบุคคลที่ปฎิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณ (หรือรัศมีของโรงงานต่างๆ  ที่ผลิตสินค้า  ผลิตภัณฑ์เกี่ยวสัมพันกับวัตถุสารเคมี  โดยเฉพาะสารเคมีที่มีพิษรุนแรง  จากสารเคมีที่ทยอยแทรกซึมเข้ามาในร่างกาย  ทยอยเกาะติดสะสมอยู่ตาม หลอดลม ปอด  นานวันก็จะก่อเกิดเป็นโรคหลอดลมอักเสบ   ปอดอักเสบและอาจลามทำให้หัวใจและอวัยวะอื่นๆในร่างกายพลอยบกพร่องและก่อเกิดเป็นโรคร้าย ตามมา
  • เกือบทุกประเทศทั่วโลกจะมีประชากรจำนวนมาก   ทุกวันต้องทานยาตามแพทย์สั่ง  ควบคุมอาการโรคประจำตัวที่มีอยู่ในร่างกาย  ดังเช่นโรคความดันโลหิต  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจ   โรคไต  ต่อมลูกหมากโต หรือกระทั่งโรคร้ายโรคมะเร็ง  บุคคลดังกล่าวนี้ปกติไม่ค่อยสนใจที่จะไปเช็คตรวจสอบถามว่า ยาประจำที่   รับประทานอยู่ทุกวันนั้น  จะส่งผลข้างเคียงบั่นทอนประสิทธิภาพของกระเพาะอาหาร  ลำใส้และไตยังไง  ยาประจำที่รับประทานต่อเนื่องถึงระยะเวลาหนึ่ง จะทำสุขภาพร่างกายอ่อนแอลง   ภุมิคุ้มกันตกต่ำและง่ายก่อเกิดเป็นอาการโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมา

นี้คือสภาพความจริงของสุขภาพร่างกายของประชาชนส่วนมากในโลกเราใบนี้  ในสมัยสังคมปัจจุบัน ร่างกายเลือดไหลเวียนไร้ระเบียบ  ประสิทธิภาพตกต่ำ อวัยวะต่างๆ  ประสิทธิภาพงานต่ำทำงานบกพร่อง  ทำให้ร่างกายขาดพลังขับของเสียสารพิษ ออกจากร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ   หลอดเลือดมีของเสียสารพิษต่างๆ  เกาะติดสะสมมากหรือกระทั่งตีบตัน  ทั่วร่างกายสูญเสียความสมดุลภูมิคุ้มกันตกต่ำ   จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมทั่วโลกมีผู้คนมากมายง่ายถูกโควิท-19 แพร่เชื้อทำร้าย   น็อคที่เดียวล้มป่วยไม่เป็นท่าหรือกระทั่งเสียชีวิต

 

 

 

บทความพิเศษจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ ที่ 28 มิ.ย. 2564

 

โควิด-19 คุมอย่างไรไม่ให้แพร่ระบาด

            แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวไว้ว่า  มนุษย์จะควบคุมสกัดโควิด-19 ที่แพร่เชื้อรุนแรงได้ ต่อเมื่อคนส่วนมากมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่ง  ถึงจะสามารถสกัดต้านทาน  เชื้อไวรัสโควิท19 นี้ได้

แล้วเราจะเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันให้แข็งเกร่งอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร?         

ความจริงธรรมชาติสร้างมนุษย์เราโดยได้สำรองตัวภูมิคุ้มกันไว้อยู่ในร่างกายมนุษย์แล้ว แต่เพราะมนุษย์ในสมัยสังคมปัจจุบัน  ดำเนินชีวิตหลายสิ่งที่ไร้ประสิทธิภาพ   จนไปสกัดกดตัวภูมิคุ้มกันนี้ไว้อยู่ส่วนลึกร่างกาย แล้วจะทำยังไงถึงจะสามารถดึงภูมิคุ้มกันตัวนี้ออกมารับใช้สุขภาพร่างกายเรา   

ตามประสบการณ์และทัศนคติของผม

1.  ชีวิตขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวร่างกาย  ซึ่งหมายถึงการออกกำลังกาย  ต้องพยายามเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายให้มาก โดยเฉพาะต้องออกกำลังกายให้ถูกหลักที่มีประสิทธิภาพเป็นประจำทุกวัน การออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ  คือ   ต้องต่อเนื่องสม่ำเสมอไม่ทำๆหยุดๆ  เวลาขั้นต่ำ 30 นาที ทางที่ดีคือ  1 ชั่วโมง  ออกกำลังกายด้วยวิธีใด  ประเภทใดขึ้นอยู่กับสุขภาพร่างกาย  และความต้องการของแต่ละบุคคล 

ช่วงที่เรากำลังบริหารการออกกำลังกายต่อเนื่องอยู่  ถึงเวลาระดับหนึ่งอวัยวะต่างๆ และกลไกระบบต่างๆในร่างกายถูกกระตุ้นให้ร่วมปฎิบัติหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพทั่วทั้งร่างกายก็จะปรับเข้าสู่สมดุลที่สูงสุด จากนั้นจะหลั่งสาร Endorphin ออกมา  สารนี้คือยาวิเศษหรือเป็นหมอที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างกายเรา  เป็นสารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของเราให้แข็งแรง  สามารถป้องกันและต้านทานเชื้อโรคต่างๆจากภายนอก

2. บริโภคอาหารให้ถูกหลักอนามัยและดำเนินชีวิตให้มีระเบียบวินัย พยายามหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ปรุงแต่งเกินควร  หลีกเลี่ยงทานอาหารที่รสจัด เผ็ดจัด เค็ม เปรี้ยวจัด ทานอาหารที่ย่อยสลายง่าย บริโภคผักผลไม้ให้มาก  ในที่นี้ผมใคร่ขอแนะนำดังนี้

  • พืชผักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยในการย่อยขับถ่าย   เช่น  มันเทศ (มันต้มขิง, มันนึ่ง มันเผา ควรหลีกเลี่ยงที่จะกินตอนเย็นๆ ค่ำๆ ) แก้วมังกร (ไส้สีแดง )  ข้าวโพด ฟักทอง  กล้วย ฯลฯ    งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ เครื่องดื่มคาเฟอีน  พยายามรักษาการขับถ่ายให้ได้ต่อวันขั่นต่ำ 1-2 ครั้ง  แต่ 3 ครั้งได้ยิ่งดี (เป็นการขับถ่ายปกติ)  เพราะว่าทุกวันนี้อาหารที่บริโภคอยู่ มีสารเคมีและสารพิษเจือปนมากมาย   จึงต้องพยายามขับออกจากร่างกายให้มากเท่าที่จะมากได้เพื่อลดการตกค้างสะสมอยู่ในร่างกาย   
  • ดำเนินชีวิตให้มีระเบียบวินัย แต่ละวันจะต้องจัดสรรเวลาออกกำลังกาย   ควบคู่การปฏิบัติหน้าที่ไปพร้อมกัน  รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ
  • บำรุงเสริมสร้างไตให้แข็งแรง   อวัยวะไตเสมือนเป็นกองบัญชาการของร่างกาย   ช่วยสร้างอสุจิ  กลั่นกรองและควบคุมการขับของเสียออกจากร่างกาย  ไตมีสารสำคัญที่จำเป็นต่อการสร้างเลือดและไขกระดูก เสริมสร้างกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรง ไตควบคุมหยินหยางให้สมดุลของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย  จึงเป็นอวัยวะสำคัญที่เราต้องพยายามทะนุถนอมปกป้องไว้   ไตแข็งแรงสุขภาพร่างกายแข็งแกร่งหน้าตาเบิกบาน   ไตพร่องประสิทธิภาพตกต่ำ สารพัดโรคก็จะตามเกิดขึ้น

ภูมิคุ้มกันออกมารับใช้สุขภาพเรา

ขณะนี้ทั่วโลกกำลังทำการฉีดวัคซีนให้ประชาชนของตนอย่างต่อเนื่อง ข่าวล่าสุดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโควิด-19  กล่าวว่า  ถึงแม้ปัจจุบันทั่วโลกจะฉีดวัคซีนปริมาณมากระดับหนึ่งแล้ว    มีหลายประเทศเห็นผลผู้ป่วยลดน้อยลง  ตายน้อยลง  แต่ภาพรวมทั่วโลกตัวเลขผู้ป่วยยังพุ่งสูงไม่หยุด  

หลายๆประเทศกลับมาปิดเมืองปิดประเทศอีก  ดูสถานการณ์แล้วคงต้องใช้เวลาอีกประมาณ  3  ปี  ถึงจะสามารถควบคุมสกัดการแพร่เชื้อของโควิท-19  นี้ได้  แพทย์อีกท่านกล่าวเสริมว่าโควิท-19 นี้ เหมือนไวรัสหวัดใหญ่ทั่วไป  จะอยู่ในโลกนี้อยู่คู่กับมนุษย์ไปเรื่อยๆ  มนุษย์คงจำเป็นต้องฉีดวัคซีนต่อเนื่องทุกๆปี  เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันดีขึ้นต่อเนื่อง  

คำถามของเราที่จะตามมาก็คือ  อยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันโควิท-19 กำลังแพร่เชื้อไม่หยุดโดยเฉพาะโควิท-19 กลายพันธ์ หลายตัวที่พบใหม่สามารถแพร่เชื้อเร็วกว่า รุนแรงกว่า รวมทั้งปัจจุบันวิธีดำเนินชีวิตและพฤติกรรมหลายๆอย่างก็ยังมิได้ถูกปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น  คนส่วนมากยังขาดการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน  บริโภคอาหารไม่ถูกหลักอนามัย  ดำเนินชีวิตไร้ระเบียบวินัยหรือกระทั่งประมาท  สะเพร่า บกพร่อง  จนทำให้เลือดในร่างกายไหลเวียนไร้ระเบียบ อวัยวะต่างๆ ทำงานตกต่ำบกพร่อง   ร่างกายมีของเสียสารพิษต่างๆ  ตกค้างสะสมมาก  หลอดเลือดสกปรกตีบตัน 

กระทั่งร่างกายสูญเสียความสมดุลภูมิคุ้มกันตกต่ำ  ง่ายที่จะก่อเกิดเป็นโรคต่างๆตามมา  ร่างกายมนุษย์ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าเน้นต้องฉีกวัคซีนทุกๆปี   แล้ววัคซีนจะสามารถปกป้องร่างกายของเราในคลอดเวลาทั้งปีมิให้ถูกโควิท-19 แพร่เชื้อทำร้ายได้ไหม ?

            ถ้าหากมนุษย์เราจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทุกปีแล้ว  ทำไมเราไม่ลองปรับยุทธวิธีที่ต่อสู้กับโควิท-19 จากตลอดเวลา 1 ปีกว่า ที่ผ่านมาเราต้องตกอยู่ในสถานภาพที่คอยตั้งรับอย่างเดียว    ให้ปรับเป็นเชิงรุกเป็นบวก  ยุทธวิธีมาตราการก็คือเราควรรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกคน  ตื่นตัวสนใจดูแลเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของตนให้แข็งแรง มีประสิทธิภาพในทุกๆวัน

โดยเน้นให้เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย  ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน  ดำเนินชีวิตให้มีระเบียบวินัย  บริโภคอาหารการกินการดื่มให้ถูกหลักอนามัย  ดูแลระบบย่อยขับถ่ายเป็นพิเศษ  ให้ร่างกายสามารถขับอุจจาระของเสียสารพิษออกจากร่างกายที่มีประสิทธิภาพทุกๆวัน   และปรับร่างกายให้เข้าสู่สมดุลทุกวัน

ปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำทุกวันเราก็จะสามารถดึงดูดตัวภูมิคุ้มกันที่ซ่อนเร้นในร่างกาย  ออกมารับใช้สุขภาพเรา  ภูมิคุ้มกันดังกล่าวนี้ก็จะสามารถปกป้องต้านทานเชื้อโรคไวรัสต่างๆ รวมทั้งโควิท-19 ที่แพร่เชื้อทำร้ายเรา  และผมก็เชื่อมั่นว่าถ้าคนส่วนมากในสังคมมีสุขภาพร่างกายแข็งแกร่งภูมิคุ้มกันเข้มแข็ง  เราก็จะสามารถควบคุมสกัดมิให้ไวรัสโควิท-19 แพร่เชื้อทำร้ายร่างกายเรา

ประสบการณ์ของผู้เขียนในการดูแลเสริมสร้างสุขภาพ  30 ปีที่ผ่านมา พยายามปรับการดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบวินัยในทุกๆ วัน บริหารออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ ดังเช่น  การรำมวยไทเก็กด้วยเท้าเปล่า  หรือการเดินด้วยเท้าเปล่า สลับการว่ายน้ำทุกครั้งของการออกกำลังกายขั้นต่ำ   1 ชั่วโมง ( สำหรับผู้เขียนจะออกกำลังกายเช้า-เย็น 2 รอบ ) ร่างกายก็จะสามารถดึงสาร Endorphin ออกมารับใช้สุขภาพ

30 ปีผ่านไปเสมือน 1 วัน  ปัจจุบันผู้เขียน อายุ 79 ปี ในร่างกายไม่มีโรคประจำตัวไม่มีความดัน  ไม่มีเบาหวาน  ปอดหัวใจยังปฏิบัติหน้าที่งานปกติ  ไตปกติ  ต่อมลูกหมากปกติ  คอเลสเตอรอลไขมันปกติ  30 ปีที่ผ่านมาน้อยครั้งที่จะเกิดอาการหวัด  และตลอด 30 ปีที่ผ่านมา  ไม่เคยทานยาแขนงใดๆ  แก้ไขอาการหวัด   คอเจ็บ  ปวดหัว  โดยเฉพาะจนถึงปัจจุบัน  2  ข้างสายตายังรักษาได้ดีอย่างปกติ  ไม่เคยมีสายตาสั้น  สายตายาว  ไม่มีอาการต้อหิน  ต้อกระจก อ่านเขียนหนังสือได้ปกติดี



 
 หน้าแรก  บทความ  เว็บบอร์ด  รวมรูปภาพ
view